
ลำดับประโยคในบล็อกนี้
1. A : "นาฬิกาที่คุณบอกว่าทำหายที่ห้องเรียน เจอแล้วหรือยัง" B : "เจอแล้วครับ"
2. ค้นหากุญแจในกระเป๋าหลายรอบแล้ว แต่หาไม่เจอ
3. ถ้าไม่สบายรีบไปหาหมอดีกว่านะ
4. เดือนหน้าจะจบแล้วใช่ไหม หางานทำแล้วหรือยัง
5. คำศัพท์นี้ เปิดพจนานุกรมแล้ว หาไม่เจอ
6. ตั้งใจว่าจะหาเงินสร้างบ้านก่อนแต่งงาน
7. เขาบอกว่าอาจารย์อุชิคุโบเจออุบัติเหตุตอนกลับบ้านเมื่อคืน
8. คนที่ชื่อว่าซูซูกิมาหาลูกชายที่บ้าน
9. เมื่อเช้านี้ เจอเพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยที่สถานีรถไฟฟ้าโดยบังเอิญ
10. คนนี้เจอทีไร ชอบหาเรื่องทุกที
..................................
1. A : "นาฬิกาที่คุณบอกว่าทำหายที่ห้องเรียน เจอแล้วหรือยัง" B : "เจอแล้วครับ"・A : 教室でなくしたって言っていた時計、もう見つかった。
・B : うん、見つかった。2. ค้นหากุญแจในกระเป๋าหลายรอบแล้ว แต่หาไม่เจอ
・かぎがなくてかばんの中を捜したが、見つからなかった。
・かぎを捜してかばんの中を見たが、見つからなかった。さがす หมายถึง หาหรือค้นหาสิ่งที่สูญหาย มองไม่เห็น ค้นหาคน หรือหาสิ่งที่อยากได้ เขียนคันจิได้ 2 แบบ คือ
1) 捜す ใช้กับการค้นหาสิ่งที่สูญหายหรือสิ่งที่มองไม่เห็น เช่น 警察は、きのうの事故の目撃者を捜している。ตำรวจกำลังค้นหาพยานผู้เห็นอุบัติเหตุเมื่อวานนี้
2) 探す ใช้กับการค้นหาสิ่งที่อยากได้ เช่น 彼は失業したので、今新しい仕事を探している。เขาตกงาน ตอนนี้จึงกำลังหางานใหม่
ส่วน さぐる มีความหมายว่า คลำหา ควานหา สืบค้น หรือค้นหา คันจิคือ 探る ซึ่งเขียนแบบเดียวกับ さがす (探す) แต่ใช้ในความหมายที่ต่างจาก 探す อย่างสิ้นเชิง คือ
1) ค้นหาบางสิ่งบางอย่างที่ไม่สามารถมองเห็นได้ เช่น ค้นหาในความมืด ในกระเป๋าเสื้อผ้า ฯลฯ โดยใช้มือหรือเท้าสัมผัสไปรอบๆ เช่น 暗いところでかぎを落としたので、手で探って見つけた。ทำกุญแจตกในที่มืด จึงใช้มือควานหาจนพบ
2) หยั่งความคิด หรือสืบค้นข้อมูล ข่าวสาร และเรื่องราวของฝ่ายตรงข้ามโดยไม่ให้รู้ตัว เช่น 私は彼の本心を探ろうとしたけれど、結局わからなかった。ฉันพยายามหยั่งจิตใจที่แท้จริงของเขา แต่สุดท้ายก็ไม่รู้
3. ถ้าไม่สบายรีบไปหาหมอดีกว่านะ・気分が悪いのなら、すぐ病院に行ったほうがいいですよ。โดยความถูกต้องทางไวยากรณ์แล้ว จะไม่ใช้ 医者に行く ในความหมายว่า "ไปหาหมอ" เพราะ "หมอ" ไม่ใช่ "สถานที่" ที่เป็นจุดหมายปลายทางของกริยา "ไป" อย่างไรก็ดี มีข้อยกเว้นทางภาษา ในกรณีที่เป็น "หมอฟัน" สามารถใช้ 歯医者に行く ในความหมายว่า "ไปหาหมอฟัน" ได้ เช่น 私は歯医者に行ってきた。ฉันไปหาหมอฟันมา
4. เดือนหน้าจะจบแล้วใช่ไหม หางานทำแล้วหรือยัง・来月、卒業ですね。仕事はもう見つかりましたか。
・来月、卒業ですね。仕事はもう探しましたか。ในการกล่าวยืนยันต่อคู่สนทนา / เกริ่นนำไปสู่การสนทนา / ขอความสนับสนุนจากคู่สนทนา ในบางโอกาส อาจใช้รูป 「คำนาม + ですね」แทน 「~でしょう」ได้ ดังประโยคที่ได้แปลไว้ด้านบนนี้
5. คำศัพท์นี้ เปิดพจนานุกรมแล้ว หาไม่เจอ・この言葉は、辞書で調べたが、見つからなかった。言葉 (ことば) และ 語彙 (ごい) อาจจะแปลว่า "คำศัพท์" ในภาษาไทยเหมือนๆ กัน แต่ ごい จะให้ภาพ "ชุดของคำศัพท์จำนวนมาก" หรือตรงกับ vocabulary ในภาษาอังกฤษ ดังนั้นหากต้องการเน้นคำศัพท์ตัวใดตัวหนึ่ง ("word" ในภาษาอังกฤษ) ควรใช้ ことば
ส่วนการเปิดพจนานุกรม นอกจากจะใช้กริยา 調べる ที่แปลว่า (ค้น) หา (คำศัพท์) แล้ว ยังอาจใช้กริยา 引く เป็นสำนวนแปลว่าเปิดพจนานุกรมได้ด้วย เช่น この本を読むときには辞書を引く必要はない。ไม่จำเป็นต้องเปิดพจนานุกรมเวลาที่อ่านหนังสือเล่มนี้
6. ตั้งใจว่าจะหาเงินสร้างบ้านก่อนแต่งงาน・結婚するまでに、お金を稼いで家を建てるつもりだ。
お金を稼ぐ (かせぐ) หมายถึง หาเงิน, ทำงานหาเงิน หรือมีรายได้จากการทำงาน (ไม่ใช่หาเงินที่หายไป อย่าง さがす ในข้อ 2) เช่น 彼は金をたくさん稼ぐために一生懸命働いた。เขาทำงานอย่างขยันขันแข็งเพื่อหาเงินก้อนโต
ส่วน "ก่อนแต่งงาน" นั้น อาจจะใช้ 「~前に」แทน 「~までに」ได้ แต่ความหมายจะแตกต่างกันเล็กน้อย
7. เขาบอกว่าอาจารย์อุชิคุโบเจออุบัติเหตุตอนกลับบ้านเมื่อคืน
・牛窪先生は昨日家へ帰る途中で事故に遭ったそうだ。
・彼は、牛窪先生は昨日家へ帰る途中で事故に遭ったと言っていた。หลายครั้ง ประโยคในภาษาญี่ปุ่นมักจะตัด Subject ของประโยคออกไป เช่น ประโยคในข้อ 1. "นาฬิกาที่คุณบอกว่าทำหายที่ห้องเรียน" ไม่จำเป็นต้องกล่าวว่า 「教室でなくしたって(あなたが)言っていた時計」ซึ่งรกรุงรังเกินไป สามารถตัด (あなたが) ออกไปได้เลย เช่นเดียวกับประโยคในข้อนี้ "เขาบอกว่า" ก็สามารถละออกได้เช่นกัน และใช้ 「~そうだ」เพื่อชี้ว่าเป็นการถ่ายทอดข่าวสารที่ได้ยินได้ฟังแทน
8. คนที่ชื่อว่าซูซูกิมาหาลูกชายที่บ้าน・鈴木という人が息子に会いにうちに来た。
・鈴木という人が息子を訪ねてうちに来た。คำช่วย 「が」ในประโยคนี้ ช่วยแนะนำสิ่งที่ผู้ฟังยังไม่เคยทราบมาก่อน ซึ่งเพิ่งถูกกล่าวขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับการแนะนำตัวละครในนิยายปรัมปรา ที่จะไม่ใช้ 「は」ในการกล่าวถึงตัวละครที่เพิ่งถูกพูดถึงเป็นครั้งแรก เช่น
むかしむかし、おじいさんとおばあさん
が住んでいました。ある日、おじいさん
は山へ行きました。おばあさん
は川へ行きました。กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีตากับยายอาศัยอยู่ วันหนึ่งตาไปที่ภูเขา ยายไปที่แม่น้ำ
ในประโยคด้านบน เมื่อกล่าวถึงตากับยายเป็นครั้งแรก จะใช้ 「が」แทน 「は」แต่หลังจากนั้น เมื่อกล่าวถึงตากับยายซ้ำอีก จะสามารถใช้ 「は」ได้ตามปกติ
ส่วนกริยา "มาหา" ในประโยคข้อ 8. นี้ สามารถใช้ได้ทั้ง 「あう」และ 「たずねる」แต่วิธีใช้จะแตกต่างกัน คือ
1) กรณีของ 「あう」: 「สถานที่」へ「คน」に 会いに来る。
2) กรณีของ 「たずねる」: 「สถานที่」へ/まで「คน」を 訪ねて来る。
9. เมื่อเช้านี้ เจอเพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยที่สถานีรถไฟฟ้าโดยบังเอิญ
・今朝、駅で偶然、大学のころの友達に会った。10. คนนี้เจอทีไร ชอบหาเรื่องทุกที ・彼は会うと、いつも言いがかりをつけてくる
・彼は会うと、いつもつっかかってくる。
・彼は会うと、いつも喧嘩を売ってくる。คำว่า "หาเรื่อง" ในภาษาไทย อาจจะแปลเป็นภาษาญี่ปุ่นได้ดังนี้
1) 言いがかりをつける หมายถึง หาเรื่อง หรือกล่าวหาด้วยเรื่องเล็กๆ น้อยๆ
2) つっかかる มีความหมายคล้ายคลึงกับ 言いがかりをつける มาก แต่มีความหมายรุนแรงกว่าเล็กน้อย เนื่องจากรากศัพท์ของมันคือ 突く (つく) ที่แปลว่า พุ่ง หรือแทง ดังนั้น つっかかるจึงให้ "ภาพ" ว่าฝ่ายตรงข้ามเข้ามาประชิด / บีบบังคับ / พุ่งเข้าใกล้
ตัวอย่างเปรียบเทียบ เช่น
(a)「ちょっと目があっただけなのに、町で変な男の人に言いがかりをつけられた」
(b)「ちょっと目があっただけなのに、町で変な男の人につっかかられた」
ประโยค (a) และ (b) มีความหมายใกล้เคียงกันมาก แต่ประโยค (a) จะให้ความหมายว่าถูกหาเรื่องด้วยคำพูดเท่านั้น ไม่ได้เน้นว่าถูกจู่โจมเข้าประชิดตัว แต่ประโยค (b) นอกจากจะมีความหมายเหมือน (a) แล้ว ยังให้ "ภาพ" ในทำนองว่า ฝ่ายตรงข้ามเดินเข้ามาหาเรื่องได้อีกด้วย
3) けんかを売る มีความหมายคล้าย 1) และ 2) แต่แตกต่างกันสองประเด็น
ประเด็นแรก คือ นอกจาก 3) จะหมายถึงการหาเรื่องด้วยคำพูดแบบ 1) และ 2) แล้ว มันยังเน้นถึงการหาเรื่องที่ใช้ความรุนแรงมากกว่า 1) และ 2)ด้วย ลองดูประโยคด้านล่างนี้
(c)「ちょっと目があっただけなのに、町で変な男の人に喧嘩を売られた」
เมื่อเปรียบเทียบกับประโยค (a) และ (b) แล้ว ประโยค (c) จะให้ "ภาพ" ว่ามีความรุนแรงเข้ามาเกี่ยวข้องในเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่ (a) และ (b) จะเป็นเหมือนการหาเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้มีนัยยะสำคัญเรื่องความรุนแรงเข้ามาเกี่ยวข้อง
ประเด็นที่สอง คือ 1) และ 2) จะใช้กับเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น แต่ 3) สามารถใช้ได้ทั้งเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ และเรื่องราวใหญ่โต
อย่างไรก็ดี การใช้ 1) หรือ 2) หรือ 3) ในเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ หรือเรื่องราวใหญ่โต ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่บางประการ ลองศึกษาประโยคต่อไปนี้
(d)「仕事で大きなミスをしたら、同僚に言いがかりをつけられた」
(e)「仕事で大きなミスをしたら、同僚につっかかられた」
ในกรณีนี้ ความหมายในประโยค (d) และ (e) จะดู "แปลก" ไปทันที เนื่องจาก 言いがかりをつける และ つっかかる จะใช้กับเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น แต่ประโยค (d) และ (e) กลับกล่าวถึง "ความผิดพลาดอันใหญ่หลวง"
(f)「仕事で大きなミスをしたら、同僚に喧嘩を売られた」
อ่านครั้งแรก อาจจะรู้สึกว่าประโยค (f) สามารถเลือกใช้กริยาได้เหมาะสมกว่า (d) และ (e) เพราะ けんかを売る สามารถใช้กับเรื่องราวใหญ่โตได้ และความหมายในประโยค (f) ก็กล่าวถึง "ความผิดพลาดอันใหญ่โต" อย่างไรก็ดี อย่าลืมว่า けんかを売る จะให้ "ภาพ" ของการใช้ความรุนแรงพ่วงเข้ามาด้วย ในบางมุมมอง ประโยค (f) จึงมีความหมายแปลกๆ
(g)「友達の彼女と遊びに行ったら、友達に言いがかりをつけられた」
(h)「友達の彼女と遊びに行ったら、友達につっかかられた」
(i)「友達の彼女と遊びに行ったら、友達に喧嘩を売られた」
ประโยค (g), (h) และ (i) เป็นประโยคที่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์เหมือนกัน แต่มีวิธีการใช้ที่แตกต่างกัน กล่าวคือ หากผู้พูดประโยคนี้มองว่า เขาไม่ได้คิดอะไรจริงจังกับแฟนของเพื่อน การออกไปเที่ยวกับแฟนของเพื่อน ก็เหมือนกับการออกไปเที่ยวกับเพื่อนคนหนึ่งเท่านั้น ก็ควรใช้ประโยค (g) และ (h) แต่ถ้าเมื่อใดที่ผู้พูดประโยคนี้คิดจริงจังกับแฟนของเพื่อนแล้วไซร้ นั่นคือเขากำลังมองว่าเป็นปัญหาใหญ่แล้ว ก็ควรใช้แต่ประโยค (i) เท่านั้น
หมายเหตุ : ขอกราบขอบพระคุณ คุณ Hiro เป็นอย่างสูง ที่ช่วยกรุณาอธิบายความหมายของ "หาเรื่อง" ในภาษาญี่ปุ่นให้เข้าใจอย่างละเอียด สามารถเข้าไปชมบล็อกของ คุณ Hiro หนุ่มญี่ปุ่นหัวใจไทยได้
ที่นี่