
ที่เคยได้ยินบ่อยๆ เกี่ยวกับแนวคิดเรื่อง "กรรม" ก็คือ ถ้าเราเอาเกลือ 1 ช้อนชาใส่ลงไปในน้ำ 1 แก้ว แล้วลองดื่มดู จะพบว่าน้ำแก้วนั้นมีรสเค็ม แต่ถ้าเราลองเอาเกลือจำนวนเท่าเดิม ใส่ลงไปในน้ำ 1 แท๊งค์ แล้วลองดื่มดูใหม่ เราจะพบว่าน้ำนั้นไม่เค็ม หรือมีรสเค็มน้อยมาก ที่น้ำ 1 แท๊งค์ดูเหมือนไม่มีรสเค็มนั้น ไม่ได้หมายความว่าน้ำนั้นไม่มีเกลืออยู่ น้ำ 1 แก้ว และ น้ำ 1 แท๊งค์ ต่างก็มีเกลืออยู่ 1 ช้อนชาเท่ากัน แต่ความเค็มของเกลือนั้นถูกเจือจางไปตามปริมาณน้ำ นี่คือคอนเส็ปต์ของ "กรรม" อย่างหนึ่ง กล่าวคือ กรรมนั้นเมื่อทำแล้วจะไม่หายไปไหน และมันจะให้ผลเด่นชัดมาก ถ้าเรามีความดีเท่าน้ำ 1 แก้ว แต่มันจะถูกเจือจางลงไปได้มากด้วยการทำความดีแบบน้ำ 1 แท๊งค์
ผมรู้สึกว่าตัวละครของ Will Smith ใน Seven Pounds มีความต้องการอย่างยิ่งที่จะเพิ่มปริมาณน้ำ 1 แก้วน้อย ให้กลายเป็น 1 แท๊งค์ใหญ่ เพื่อเจือจางความเค็มของเกลือในใจเขา เขาออกเดินทางเพื่อไถ่บาปให้กับตัวเองด้วยการเปลี่ยนแปลงชีวิตของคน 7 คน เพื่อลบล้างบาปทั้ง 7 ที่เขาก่อขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ จุดที่ผมรู้สึกสนใจขึ้นมาระหว่างดูหนังเรื่องนี้มี 2 ประเด็นด้วยกัน หนึ่งคือการไถ่บาปของเขามีความชอบธรรมในเชิงจริยธรรมหรือไม่ อย่างไร (ผมพบว่า อาจจะมีบางจุดที่ผมไม่ได้เห็นด้วยกับตัวละครของ Will Smith แต่ก็รับความเป็นดราม่าของหนังเรื่องนี้ได้) และสอง, ในขณะที่เขากำลังควบคุมแผนการอันซ่อนเร้นของตัวเองอยู่นั้น ดูเหมือนว่าเขาเองก็กำลังค่อยๆ ถูกควบคุมจากความใกล้ชิดที่มีต่อ 1 ใน 7 ชีวิตนั้นอย่างไม่รู้ตัวด้วยเหมือนกัน และมันก็นำเขาไปสู่การไถ่บาปขั้นสูงสุด ซึ่งมันไม่ใช่เพียงการไถ่บาปทางร่างกายเท่านั้น เหนือไปกว่านั้น มันคือการไถ่บาปทางจิตวิญญาณที่มีความหมายอยู่เหนือคำว่าชีวิตและความตาย
ผมชอบตอนจบของหนังเรื่องนี้ครับ มันเป็นฉากจบธรรมดาๆ Rosario Dawson ไปหา Woody Harrelson ที่งานเล็กๆ แห่งหนึ่ง เธอกับเขาไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน แต่ทันทีที่ทั้งคู่พบกัน ความพิเศษเกินคำบรรยายมันก็เกิดขึ้น ผมรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ หลังจากที่ดูหนังมาทั้งเรื่อง ฉากจบฉากนี้กลายเป็นฉากจบที่ทั้งอบอุ่น ซาบซึ้ง และอิ่มเอมใจเกินคำบรรยาย เหมือนได้เห็นน้ำที่เต็มแท๊งค์แล้วจริงๆ



2 comments:
ยังไม่ได้ดูเลย แต่เบื่อหน้า วิล สมิธ มากๆ เลยว่าจะไม่ไดู แหะๆ
I also like the ending of this film very much. It made me cry.
Post a Comment