
ติดตามรายการ Til Debt Do Us Part จากแคนาดา มาระยะหนึ่งแล้ว เป็นรายการที่ดูแล้วได้ข้อคิดอะไรดีๆ ไม่น้อยทีเดียว พิธีกรหญิง Gail Vaz-Oxlade จะพาผู้ชมไปพบกับคู่รักที่กำลังมีปัญหาเรื่องหนี้สินและความสัมพันธ์ โดยพวกเขาจะได้รับโจทย์จากพิธีกรในแต่ละสัปดาห์เพื่อช่วยเยียวยาปัญหาทางการเงินและความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ และถ้าพวกเขาสามารถทำตามโจทย์ที่ได้รับมอบหมายได้สำเร็จ ก็จะได้รับเช็คเงินสดจำนวน 5,000 เหรียญ พร้อมกับการเริ่มต้นชีวิตทางการเงินครั้งใหม่
และนี่คือบทเรียนที่เราอาจจะได้รับจาก Til Debt Do Us Part
1. ระวังการใช้จ่ายเงินที่ไม่ได้มีอยู่จริงในปัจจุบันจากบัตรเครดิต : หนี้ส่วนใหญ่ที่เราเห็นใน Til Debt Do Us Part มาจากบัตรเครดิตแทบทั้งสิ้น คู่รักหลายคู่ มีบัตรเครดิตมากกว่า 3-5 ใบ และไม่สามารถรักษาความสมดุลระหว่างรายรับและรายจ่ายที่เกิดจากบัตรเครดิตได้ ดังนั้นกฎข้อแรกที่ Vaz-Oxlade มักจะทำกับผู้เข้าร่วมรายการของเธอก็คือ เธอจะยึดบัตรเครดิตของผู้เข้าร่วมรายการของเธอทั้งหมด และให้พวกเขาใช้แต่เงินสดในวงเงินจำกัด
ความจริงแล้ว บัตรเครดิตอาจจะมีประโยชน์มากมายหลายประการ แต่การใช้จ่ายเงินที่ไม่ได้มีอยู่จริงในปัจจุบัน ย่อมมีความเสี่ยงสูงในการเป็นหนี้ ดังนั้นคนที่ไม่มีระเบียบทางการเงินที่เคร่งครัด จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้บัตรเครดิต และอาจจะหันไปใช้บัตรเดบิตที่หักเงินจากบัญชีออมทรัพย์ที่มีอยู่จริงในปัจจุบันแทน แต่สำหรับคนที่ไม่มีระเบียบทางการเงินเอาเสียเลย และกำลังรู้สึกว่าตัวเองกำลังเผชิญวิกฤติทางการเงินอย่างใหญ่หลวงแล้วล่ะก็ การยกเลิกบัตรทุกชนิดที่มีอยู่ แล้วหันมาใช้แต่เงินสดแทน อาจจะเป็นทางออกที่ดีกว่า
2. ปัญหาทางการเงิน ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาส่วนตัว จงคุยและวางแผนทางการเงินกับครอบครัวของคุณอย่างรอบคอบ : เพราะเมื่อใครคนใดคนหนึ่งในครอบครัวมีปัญหาเรื่องหนี้สินแล้ว คนอื่นๆ ที่เหลือย่อมจะได้รับผลกระทบไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่คนในครอบครัวจะหันหน้ามาปรึกษาและร่วมกันวางแผนทางการเงิน ซึ่งเป็นการปูพื้นไปสู่ชีวิตทางการเงินและความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวที่ดีในอนาคต
3. จดทุกอย่างที่คุณใช้ แล้วจะประหยัดได้มากกว่า : หลายคนอาจจะนึกไม่ถึงว่ารายจ่ายเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน อย่างค่าโดยสารรถประจำทาง ขนมขบเคี้ยว โค้กประป๋อง หรือตั๋วดูหนัง ฯลฯ ที่ดูว่ามีราคาไม่เท่าไหร่ แต่เมื่อเอามารวมๆ กันต่อเดือนแล้ว มันจะกลายเป็นเงินก้อนโต ที่สามารถใช้เป็นเงินค่าอาหารทั้งเดือนของเด็กเอธิโอเปียคนหนึ่งได้ Vaz-Oxlade จึงแนะนำให้คุณวางแผนค่าใช้จ่ายอย่างละเอียดด้วยการจดทุดสิ่งทุกอย่างที่คุณใช้ในชีวิตประจำวัน แล้วนำมาประมวลผลดูว่า ในแต่ละสัปดาห์หรือในแต่ละเดือน คุณเสียเงินให้กับสิ่งใดไปจำนวนมากน้อยเท่าใด แล้วมันจะสะท้อนตัวตนของคุณว่าคุณมีระเบียบทางการเงินมากน้อยขนาดไหน
4. [รายได้ - เงินออม = รายจ่าย] : สำหรับหลายคนที่มีปัญหาว่าไม่เคยมีเงินเหลือออมในแต่ละเดือน เพราะใช้สมการที่ว่า [รายได้ - รายจ่าย = เงินออม] นั้น ลองเปลี่ยนมาใช้สมการใหม่ว่า [รายได้ - เงินออม = รายจ่าย] ก็จะช่วยให้คุณมีเงินออมเพิ่มขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์ เพราะนั่นหมายความว่าคุณต้องหักเงินออมออกจากรายได้ทันที และเงินที่เหลือนั้นคือรายจ่ายที่คุณต้องวางแผนในการใช้แต่ละเดือนอย่างรอบคอบ
Vaz-Oxlade มักจะกำหนดลงไปเลยว่า ผู้ร่วมรายการของเธอมีสิทธิ์ใช้เงินในกิจกรรมต่างๆ ต่อสัปดาห์ เป็นจำนวนเท่าไหร่ เช่น ค่าเดินทาง (เช่นค่าน้ำมัน) ต่อสัปดาห์จำนวน X บาท ค่าอาหารต่อสัปดาห์จำนวน Y บาท ค่าใช้จ่ายเพื่อความบันเทิงต่อสัปดาห์จำนวน Z บาท เป็นต้น และผู้เข้าร่วมรายการต้องใช้เงินในวงจำกัดนั้นอย่างเพียงพอในแต่ละสัปดาห์ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีอันหนึ่งในการบริหาร "รายจ่าย" ที่คุณมีเหลือจากการหักเงินออมออกจากรายได้ และจะทำให้คุณมีวินัยในการใช้จ่ายเงินมากขึ้น
ความจริงแล้ว การเป็นหนี้ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสมอไป เพราะหนี้บางชนิดอาจจะนำไปสู่ความมั่งคั่งในอนาคตได้ แต่หลายครั้งที่หนี้สินนำไปสู่ปัญหาทางการเงินและความสัมพันธ์กับคนรอบข้างที่ยุ่งเหยิง การทำความเข้าใจกับหนี้อย่างถ่องแท้ จึงเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยให้เราสามารถวางแผนไปสู่อิสรภาพทางการเงินอย่างยั่งยืนได้ไม่ยาก



0 comments:
Post a Comment