Tuesday, August 4, 2009

i finally got a job!



เพิ่งไปสัมภาษณ์เมื่อวานนี้เอง สัมภาษณ์เสร็จเขาก็ตอบรับให้เข้าทำงานทันทีเลย แล้วจะให้เริ่มงานพรุ่งนี้แล้วด้วย ...ตอนนี้ก็ยังรู้สึกงงๆ อยู่เหมือนกัน ...คือช่วงเวลา 4 เดือนที่ผ่านมา เราส่งใบสมัครไปประมาณ 10 ที่ (ถือว่าน้อยมากนะ) แต่มีบริษัทเรียกเราไปสัมภาษณ์แค่ 2 ที่เอง (น้อยยิ่งกว่า) ...ที่นี่เป็นที่ที่ 3 ...จะบอกว่าตอนแรกเราก็โคตรอยากได้งานเลย ...หมายถึงที่ที่ไปสัมภาษณ์ 2 ที่แรกนะ ...คือช่วง 2-3 สัปดาห์แรกหลังจากไปสัมภาษณ์งาน 2 ที่แรกมา เราจะเปิดโทรศัพท์แสตนด์บายไว้ทุกวัน ...ไปดูหนังก็ยังเปิดโทรศัพท์ทิ้งไว้ (ปกติจะปิดตลอด) ...ขนาดเวลาเข้าห้องน้ำ ไม่ว่าจะอาบน้ำหรือทำอะไร เราก็เอาโทรศัพท์เข้าไปตลอด เพราะกลัวบริษัทโทรมาแล้วไม่ได้รับ ...ทุกครั้งที่มีโทรศัพท์เข้ามา หัวใจจะเต้นแรงและเร็วทุกที ...ยิ่งถ้าเห็นเป็นเบอร์แปลกๆ ด้วยนี่ หัวใจแทบวายไปเลย เหมือนเป็นคนบ้าเลยอ้ะ แต่มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ

แต่พอ 3 เดือนผ่านไป เราก็เริ่มรู้สึกเฉยๆ กับการได้งานแล้ว ตอนนั้นก็คิดอยู่เหมือนกันว่าจะทำงานที่บ้าน ...สบายดี ...ไม่ต้องเปลืองค่าใช้จ่ายอะไรมากด้วย ...แล้วเราก็ใช้ชีวิตในเดือนที่ 4 อย่างโอ้ลัลล้ามากๆ ...คือจะบอกว่าเราลืมเรื่องสมัครงานไปเลยจริงๆ จำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำว่าส่งใบสมัครไปที่ไหนบ้าง ...แต่ชีวิตมันก็แปลกดังคำเขาว่า ...ยิ่งไขว่คว้า ยิ่งหาไม่เจอ ...แต่เมื่อปล่อยวาง มันจะเข้ามาหาเอง ...อยู่ดีๆ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาก็มีโทรศัพท์ประหลาดจากผู้หญิงคนหนึ่งโทรมาหา แถมยังพูดภาษาญี่ปุ่นใส่เราอีก ไอ้เราก็งง ...ใครวะ? ...แต่คุยไปคุยมาเลยรู้ว่าเป็นหนึ่งในบริษัทที่เราเคยส่งใบสมัครไปเมื่อนานมาแล้ว ...เขาบอกว่าสนใจอยากให้เราเข้าไปสัมภาษณ์วันจันทร์หน้า (ก็คือเมื่อวานนี้) ...เราก็ตอบตกลง

สิ่งที่นึกออกในตอนแรกคือ ...ไม่ได้ใช้ภาษาญี่ปุ่นมา 4 เดือนแล้วนี่หว่า ...เราว่าเราลืมภาษาญี่ปุ่นไปหมดแล้วล่ะ ...จะพูดได้ไหมวะ ...คิดแค่นี้จริงๆ ...ตอนแรกก็กะจะไม่ไปสัมภาษณ์แล้วด้วย ...วันเสาร์...เรายังออกไปเที่ยวข้างนอกอยู่เลย คือออกไปตั้งแต่เช้า กลับมาก็มืดแล้ว กลับมาก็มาดู AF ต่อ (ฮา) คือไม่ได้คิดถึงเรื่องเตรียมตัวสัมภาษณ์งานเลยจริงๆ ...ส่วนวันอาทิตย์ ตื่นมาก็เที่ยงแล้ว ก็ยังคิดอยู่ว่าพรุ่งนี้จะไปดีไหมเนี่ย ...แล้วนึกยังไงไม่รู้ ...ไปหยิบซีดีภาษาญี่ปุ่นที่เคยเรียนมาเปิดฟังเล่นๆ ...ฟังแล้วก็พูดตามไปเรื่อยๆ แบบไม่ได้คิดอะไรมาก ...แล้วอยู่ดีๆ เราก็กลับมาพูดภาษาญี่ปุ่นได้เองอัตโนมัติ ...งงมาก ...คือคิดว่าลืมไปแล้วแน่ๆ แต่สุดท้ายก็ยังกลับมาพูดใหม่ได้ (เฮ้อ...โล่งอก)

ก่อนนอน เราสวดมนต์แล้วอธิษฐานว่า ถ้างานที่จะไปสัมภาษณ์ครั้งนี้เป็นงานของเราจริงๆ ก็ขอให้ทุกอย่างราบรื่นอย่างง่ายดาย แล้วขอให้เขาตอบรับเราเลย ...แต่ถ้าไม่ใช่ ...ก็ขอให้เป็นตรงข้ามกันเลย ...คือตั้งใจอธิษฐานจริงๆ แล้วเราก็อธิษฐานอย่างนี้ทุกครั้งเวลาไปสมัครงาน ...เสร็จแล้วก็เข้านอนปกติ ไม่ได้คิดอะไรหลังจากนั้น ...พอวันรุ่งขึ้น ...ก็นั่งรถทัวร์จากชลบุรีไปกรุงเทพฯ แบบ 'ชิล' มากๆ ...คือเขานัด 11 โมงครึ่ง ...เราก็ออกตอน 9 โมงครึ่ง ...ตอนแรกนึกว่าจะไปถึงแบบเฉียดฉิวเลย (คือกะเวลาแบบพอดีเลย) แต่ปรากฏว่าไปถึงเร็วก่อนเวลาตั้งเยอะ เพราะบริษัทมันอยู่แถวสุขุมวิทปลายๆ นี่เอง แล้วสุขุมวิทมันก็สายตะวันออกอยู่แล้ว แล้วชลบุรีมันก็ใกล้แค่นี้เอง ...สรุปว่าใช้เวลาแค่ชั่วโมงเดียวก็ถึงปากซอยบริษัทแล้ว

แล้วสิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น ...คือต้องบอกก่อนว่า ปกติแล้วทักษะการฟังเราห่วยแตกมากถึงมากที่สุด ...ตอนสอบระดับ 2 เราได้คะแนนส่วนอื่น 80% ขึ้นไปหมด ยกเว้นพาร์ทฟังเราได้ 60 กว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ...แต่พอไปสัมภาษณ์เมื่อวานนี้ ไม่รู้ทำไม เราฟังเขาออกประมาณ 95% ได้ ...คือบางคนอาจจะบอกว่าการฟังในห้องสอบ โดยเฉพาะกับระดับ 2 กับการฟังในชีวิตประจำวันมันต่างกัน ...อาจจะเทียบความยากง่ายกันไม่ได้ ...แต่เราจะบอกว่า สำหรับเราแล้ว บางทีการสนทนาง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน เรายังหลุดอาการ "เอ๋อ" เป็นประจำ ...ถามมาง่ายๆ เรายังตอบกลับไปได้แบบไม่รู้เรื่อง (ฮา) ...แต่ก็แปลกจริงๆ ที่สัมภาษณ์เมื่อวานนี้ เราฟังเขาออกหมดเลย ไม่รู้ทำไม ...ไม่ตื่นเต้น และไม่กลัวอะไรด้วย และก็รู้สึกว่าเราก็ตอบคำถามได้หมด ...ทุกอย่างมันดูลื่นไหลแบบไม่น่าเชื่อ ...ทั้งๆ ที่เราก็ไม่ได้ใช้ภาษาญี่ปุ่นมา 4 เดือนแล้ว ...สัมภาษณ์เสร็จ ก็อย่างที่บอก เขาให้เราไปทำงานพรุ่งนี้เลย ซึ่งเราก็ตอบตกลงไปทันที ...ก็ยังงงๆ อยู่เหมือนกัน ว่าบทมันจะง่ายมันก็ง่ายแบบไม่น่าเชื่อเลยแฮะ

บริษัทนี้เป็นโรงงานเต้าหู้ญี่ปุ่น (แต่รู้สึกว่าเขาจะมีสินค้าหลายอย่างเหมือนกัน) สินค้าของเขาอาจจะไม่ได้ดังมากๆ ในหมู่คนไทยทั่วไป แต่ก็มีลูกค้าประจำทั้งคนไทยและคนญี่ปุ่น รวมถึงร้านอาหารญี่ปุ่นหลายร้านด้วย ...เราก็ไปทำเป็น Japanese Co-ordinator ...แต่คิดว่ามันก็คงทำจิปาถะ ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบนั่นแหละ แต่ก็เอาเหอะ ...ลองดูก็แล้วกัน

4 comments:

Mr.Kade said...

โชคดีกับการทำงานขอรับ
เพลิดเพลินกับงานใดๆ ก็ตาม แค่นี้ชีวิตก็มีความสุขนะขอรับ

curious pig said...

ยินดีด้วยค่ะ
ขอให้สนุกกับงานนะค่ะ

mangomoment said...

บทจะได้งานก็อย่างนี้ล่ะเนอะ
คับขันแค่ไหน ก็ผ่านฉลุยตลอด :D
play hard, work hard + work by heart จ้ะ :)

Riverdale said...

ดีใจด้วยนะคร้าบ ตลกดีนะ วันก่อนคุยกัน น้องอ้วนยังบอกว่าเฉยๆ กับเรื่องทำงานในกรุงเทพฯ ผ่านไปแค่ไม่กี่วัน กลับได้งานแบบทันทีทันควัน

ขอให้ชีวิตรักเป็นแบบเดียวกันนะคร้าบ :)