วันเวลาช่างผ่านไปรวดเร็วจริงๆ นี่ก็ครบอาทิตย์ที่ 3 แล้วสินะตั้งแต่คุณเข้ามาทำงานที่นี่ คุณรู้อะไรไหม นับตั้งแต่อาทิตย์แรกที่คุณมาที่นี่ คุณก็ได้สร้างผลกระทบทางจิตใจเล็กๆ ให้เกิดขึ้นกับเราแล้ว เราเริ่มรู้สึกถึง "ผลกระทบ" ที่ว่านี้ในวันที่ 2 ที่คุณมาทำงาน วันนั้นคุณแสดงความสามารถของคุณออกมาหลายอย่าง คุณทำงานอย่างแคล่วคล่องว่องไว คุณมีไอเดียอะไรดีๆ มากมาย คุณช่างซักช่างถาม และคุณก็เข้าใจอะไรได้ง่ายดายและรวดเร็วมาก ทั้งๆ ที่คุณเพิ่งมาทำงานแค่วันเดียว แต่เหมือนคุณได้ทำมาแล้วทั้งอาทิตย์ เราได้แต่ทึ่งคุณอยู่เงียบๆ และรู้สึกได้ว่าคุณกำลังจะนำความเปลี่ยนแปลงที่ดีมาสู่ที่นี่ แต่วันนั้นก็เป็นวันที่เราแอบเศร้าเล็กๆ อยู่เหมือนกัน เพราะคุณต้องออกไปดูงานข้างนอกตอนบ่าย คุณออกไปตอน 13:20 น. ซึ่งเป็นเวลาที่เราไปจัดของให้ลูกค้าพอดี พอกลับเข้ามาให้ห้องอีกทีก็ไม่เห็นหน้าคุณแล้ว เราไม่ได้อยู่ลาคุณ และคุณก็จากไปแล้ว บ่ายนั้นเรารู้สึกว่าท้องฟ้ามันมืดครึ้มไปเลย แล้วเราก็เกิด feeling blue ขึ้นมา
วันต่อมาเรามาทำงานแบบเกร็งๆ ยังไงบอกไม่ถูกเหมือนกัน คุณยังจำได้ไหม เช้าวันนั้นเราเล่าเรื่องส่วนตัวของเราเกี่ยวกับเรื่องงานให้คุณฟัง เราบอกคุณว่างานที่นี่ไม่ใช่งานที่เราชอบเลย มันไม่ใช่ตัวเราเลย เราไม่รู้หรอกนะว่าคุณคิดยังไง หรือรู้สึกยังไง แต่หลังจากที่เราเล่าให้คุณฟังแล้ว เราก็เกิดอาการอยากอยู่เงียบๆ ขึ้นมา เช้าวันนั้นเราเลยหาไอ้นู่นไอ้นี่มาทำฆ่าเวลาไปเรื่อยโดยไม่สนใจใคร ตอนแรกเรานึกว่าวันนั้นเราต้องแย่แน่ๆ แต่ปรากฏว่าอารมณ์มันก็ค่อยๆ ดีขึ้นมาตามลำดับ โดยเฉพาะในช่วงบ่ายเรารู้สึกว่าเราคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้แล้วเราก็มีความสุขกับการทำงานในบ่ายนั้นมาก ความเป็นกันเองของคุณนับเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เรารู้สึกดีขึ้น คุณช่วยเราได้มาก เราเองก็รู้สึกแฮปปี้ที่มีคุณอยู่ด้วยในวันนั้น เราเองก็จำไม่ได้แล้วเหมือนกันว่าบ่ายวันนั้นมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นบ้าง รู้แต่ว่าเป็นอีกบ่ายหนึ่งที่เราทำงานโดยไม่เบื่อเลย แล้วความสุขนั้นก็ติดตัวเราไปตอนนั่งรถกลับบ้านด้วย ...เรานั่งยิ้มไปตลอดทางเลยรู้มั้ย
วันศุกร์ของสัปดาห์แรกที่คุณเข้ามาทำงาน เป็นวันสุดท้ายที่เราจะได้เห็นหน้าคุณ ก่อนที่จะได้เจอคุณอีก 10 วันข้างหน้า เพราะสัปดาห์หน้าคุณจะไม่เข้าออฟฟิตทั้งสัปดาห์ คุณต้องไปโรงงานที่ลพบุรี สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว เราเองก็รู้ตารางการทำงานของคุณมาตั้งแต่ต้นแล้ว แต่ก็ยังอดใจหายไม่ได้ที่สัปดาห์ต่อมาเราจะไม่ได้เจอหน้าคุณเลย วันนั้นเราพยายามทำใจให้สบายที่สุด ทำงานอย่างดีที่สุด และโดยรวมมันก็ออกมาโอเคทีเดียว ถ้าคุณยังจำได้ เราแกล้งขู่คุณเรื่องที่พัก ขู่คุณเรื่องที่คุณจะต้องไปเจอที่โรงงาน และสารพัดเรื่องเท่าที่จะนึกออกในตอนนั้น แต่เราก็พูดขำๆ ไปอย่างนั้นแหละ และคุณก็คงรู้ว่าเราพูดแกล้งคุณ คุณเองก็ยังมีแก่ใจที่รับมุขเราสารพัด คุณรู้ไหมว่าเราแอบอวยพรขอให้คุณโชคดีในการเดินทาง ขอให้คุณไปทำงานโดยไม่เบื่อ และขอให้มีช่วงเวลาที่มีความสุขที่ต่างจังหวัด ความจริงเรามีเรื่องมากมายอยากบอกกับคุณ และอยากคุยกับคุณ แต่สิ่งที่เราทำได้คือการอวยพรสั้นๆ ก่อนที่จะลงจากรถคุณตอนที่คุณมาส่งเรากับเพื่อนที่หน้าปากซอย
มันเป็นวันศุกร์ที่หวานอมขมกลืน มีทั้งความสุขและความเศร้า ความสนุกและความใจหาย ปะปนกันไปอย่างแยกจากกันไม่ออก เรามองรถคุณแล่นจากไปอย่างช้าๆ ก่อนที่สัปดาห์ต่อมาเราจะตัดสินใจทำอะไรบางอย่างที่มันอาจจะเปลี่ยนแปลงชีวิตเราไปตลอดกาล แต่เราก็ได้ทำมันลงไปแล้ว ...อย่างที่คุณรู้
Saturday, September 19, 2009
Subscribe to:
Post Comments (Atom)



3 comments:
ทำไงดี อยากเห็นหน้า "คุณ" คนนี้จัง :)
"คุณ" คนนั้นทำให้เธอหวั่นไหวได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ?
หัวใจเธอช่างหวามไหว
Post a Comment