
เมื่อสองสัปดาห์ก่อน ฟันที่อุดไว้เกิดแตกขึ้นมา ตอนแรกยังไม่รู้ตัวว่ามันแตก แต่รู้สึกแปลกๆ ตอนที่ใช้ไหมขัดฟันขจัดเศษอาหาร พบว่ามันไม่สามารถเข้าไปทำความสะอาดช่องฟันช่องหนึ่งตามปกติได้ ส่องกระจกไปส่องกระจกมาเลยเห็นว่าฟันที่อุดไว้มันร้าว แล้วมันคงมาเบียดฟันอีกซีกหนึ่งที่ติดกันซะจนชิด จนทำให้ไม่มีช่องว่างที่จะใช้ไหมขัดฟันได้ สุดท้ายเลยต้องไปหาหมอฟันตามระเบียบ
ตอนแรกนึกว่าจะอุดใหม่ได้เลย แต่ที่ไหนได้ หมอวินิจฉัยจากสภาพและประวัติฟันแล้วบอกว่าคงอุดธรรมดาไม่ได้แล้ว เพราะครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฟันซี่นี้ร้าว เนื้อฟันก็เสียไปค่อนข้างเยอะเหมือนกัน อุดใหม่ก็คงแตกอีก เลยให้เปลี่ยนวัสดุอุดฟันใหม่ ใช้ทองเป็นส่วนผสม ซึ่งก็จะยุ่งยากกว่าอุดธรรมดาเล็กน้อย เพราะจะต้องมาพิมพ์แบบฟันล่วงหน้าก่อน แล้วถึงจะอุดได้ แล้วจากที่นึกว่าฟันแตกซี่เดียว ปรากฏว่ามันแตก 2 ซี่ ต้องทำใหม่ทั้ง 2 ซี่
เสาร์ที่แล้วก็ไปเอาของเก่าออก แล้วพิมพ์แบบฟัน แล้วหมอก็ใส่ยาแล้วอุดชั่วคราวไว้ให้ แต่กว่าจะเอาของเก่าออกหมดก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน เสียวฟันแถมยังสำลักน้ำอีกต่างหาก อาทิตย์ที่ผ่านมาก็เลยเคี้ยวข้าวแค่ข้างเดียว กลัวที่อุดชั่วคราวมันจะแตก (เคยเจอกรณีที่อุดชั่วคราวมันแตกเหมือนกัน) กว่าจะครบอาทิตย์นี่รู้สึกมันนานกว่าปกติ อยากจะไปทำฟันให้มันเสร็จเร็วๆ
วันนี้ไปอุดฟันใหม่มาแล้ว เหนื่อยอีกเหมือนเดิม หมอบอกว่าเป็นเคสที่ต้องทำละเอียดหน่อย ใจเย็นๆ นะ ไอ้เราก็ทำใจมาล่วงหน้าแล้วว่าวันนี้คงได้อ้าปากให้เมื่อยไปข้างหนึ่งแน่ๆ แล้วก็ตามคาดจริงๆ เพราะอ้าปากไปชั่วโมงนึงกว่าจะอุดเสร็จ แถมระหว่างอุดฟันก็รู้สึกเหมือนจะสำลักน้ำ (อีกแล้ว) ด้วย เลยต้องขอหมอหยุดกลางคันไปตั้ง 2 ครั้ง เพื่อนที่เป็นหมอฟันคนนึงเคยเล่าว่า เขารู้สึกหงุดหงิดเวลาที่คนไข้สำลักน้ำเวลาทำฟัน เพราะบอกแล้วว่าให้หายใจทางจมูก อย่าหายใจทางปาก แต่ไม่ยอมทำตาม เวลาที่เราไปทำฟันแล้วสำลักน้ำ ก็มักจะนึกถึงคำพูดของเพื่อนคนนี้ขึ้นมา แล้วก็แอบสงสัยเหมือนกันว่าหมอจะแอบด่าเราอยู่ในใจหรือเปล่า (วะ) เนี่ย
นี่คิดว่าเดี๋ยวคงต้องไปให้หมอแก้ไขฟันที่เพิ่งอุดมาอีกรอบ เพราะรู้สึกว่าวัสดุที่อุดมามันยังหนาไปนิด การสบฟันเลยไม่เป็นธรรมชาติ รู้สึกตึงๆ กว่าปกติ นี่ขนาดตอนที่ทำ หมอก็ดูอย่างละเอียดแล้ว ให้ทดลองเคี้ยวตั้งหลายรอบ เราก็รู้สึกว่ามันน่าจะโอเคแล้ว แต่พอกลับมาบ้านก็รู้สึกมันหนาเกินไปอีก ยังไงก็คงต้องกลับไปแก้ไขอีกครั้ง