Sunday, August 30, 2009

play it again : i miss you (1999, beverley craven)



Here in the silence I wait
There’s nothing else I can do
It feels like my heart’s gonna break
And all I can think of is you

And how my aching arms long to hold you
And show you how much I care
But I’m counting the hours without you
And I don’t know how much I can bear

Cos I miss you
More than words can say
And I need you here
In my life always
Yeah I miss you
And I’ll always be
Waiting here for you
Til you’re back with me

You found a place in my heart
From the first moment I saw you
And you are my light in the dark
And I would do anything for you

Cos you’re everything I’ve ever wished for
The answer to all of my dreams
And I want you back
Home is here with me

Oh I miss you
More than words can say
And I need you here
In my life always
Yeah I miss you
And I’ll always be
Waiting here for you
Til you’re back with me

Yes I, would be right there beside you
If I only knew where you are
Cos it feels like I’m dying without you
My whole world falling apart

And I miss you
More than words can say
And I need you here
In my life always
Yeah I miss you
And I’ll always be
Waiting here for you
Til you’re back with me

sunscreen review : coppertone sport breathable sunscreen spf 30



ชื่อ ::: Coppertone Sport Breathable Sunscreen SPF 30 (ตัวที่ 3 จากด้านขวา)

ปริมาณ ::: 4 FL OZ (118 ml)

ราคา ::: 270 บาท

ส่วนประกอบสำคัญ ::: Avobenzone 2%, Homosalate 10%, Octisalate 5%, Octocrylene 4%, Oxybenzone 5%

Comments ::: Coppertone เป็นหนึ่งในกันแดดที่มียอดขายสูงสุดในสหรัฐอเมริกา แต่เพิ่งเข้ามาทำการตลาดในเมืองไทยอย่างเป็นทางการเมื่อต้นปีที่ผ่านมานี้เอง ที่เข้ามาก็มีทั้งหมด 6 ตัว ตัวที่เราอยากใช้มากที่สุดถ้าดูในรูปข้างบนก็คือ 2 ตัวด้านขวาสุด คือมันจะเป็นกันแดดสำหรับเด็ก และออกแนวกันแดดญี่ปุ่นคือเป็นน้ำๆ ที่อยากลองใช้เพราะสองตัวนี้เป็น Physical Sunscreen ซึ่งเราชอบอยู่แล้ว ไม่ค่อยกลัวเรื่องทาแล้ววอกหรือล้างออกยากเท่าไหร่

ส่วนกันแดดตัวที่จะพูดถึงนี่ในรูปจะเป็นตัวที่ 3 จากทางขวา ตัวนี้เป็นกันแดดแบบ Chemical ล้วน ซึ่งอาจจะไม่เหมาะสำหรับคนที่แพ้อะไรง่ายมากๆ แต่ถ้าไม่แพ้ก็โชคดีไป เพราะตัวนี้กันได้ครบทั้ง UVA และ UVB โดยมี Octocrylene เป็น Stabilizer ให้ Avobenzone คือเจ้า Avobenzone เนี่ย เป็นกันแดดที่สามารถกันรังสี UVA ได้ครบความยาวคลื่น, มีความปลอดภัยค่อนข้างสูง และโอกาสเกิดการแพ้หรือระคายเคืองต่ำก็จริง แต่มันก็มีข้อเสียที่สำคัญคือตัวมันเองไม่เสถียร เมื่อถูกรังสี UV ได้ประมาณ 30 นาที มันก็จะเสื่อมประสิทธิภาพในการปกป้องรังสี UV จึงต้องแก้ไขด้วยการผสม Stabilizer เข้าไป ซึ่งในที่นี้ก็คือ Octocrylene นั่นเอง

สำหรับผลการใช้ ทาแล้วไม่วอกแลย แต่กลิ่นค่อนข้างฉุนนิดนึง โดยส่วนตัวแล้วไม่ค่อยชอบกลิ่นแบบนี้เท่าไหร่ คือมันก็ไม่ได้แย่มากน่ะนะ เพียงแต่มันอาจจะไม่ไช่กลิ่นแบบที่เราชอบเท่านั้นเอง สำหรับเนื้อโลชั่นนั้นเป็นสีขาวที่ให้ความรู้สึกนุ่มลื่นเมื่อทา แต่จะทิ้งความวาวไว้พอสมควรหลังทาเสร็จใหม่ๆ ตอนที่ใช้ครั้งแรกรู้สึกตกใจเหมือนกันนึกว่าจะทำให้หน้ามัน แต่เมื่อทิ้งไว้พักใหญ่ เนื้อกันแดดมันจะค่อยๆ matt ลงไปกับผิว และเกาะผิวได้ดีเหมือนมีอะไรบางๆ มาเคลือบผิวเอาไว้ (อาจจะทำให้มือที่เปื้อนกันแดดรู้สึกแห้งได้สำหรับคนที่ผิวแห้งมาก) อะไรก็ดีน่ะ แต่ไม่ค่อยชอบกลิ่นกับความวาวของมันก่อนที่จะ matt แต่ถ้าใครไม่ mind อะไรจุดนี้ ก็นับว่าเป็นกันแดดอีกตัวที่น่าสนใจ โดยเฉพาะรูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์และเนื้อกันแดด คิดว่าเหมาะมากจริงๆ สำหรับหนุ่มนักกีฬา ...ซึ่งไม่ใช่เรา (ฮา)

ระดับความชอบส่วนตัว ::: B/B-

Friday, August 28, 2009

inspiration friday

inspiration

Thursday, August 27, 2009

ลางสังหรณ์



วันนี้ไม่รู้ทำไม รู้สึกมีลางสังหรณ์อะไรแปลกๆ ว่าอาจจะมีเรื่องอะไรบางอย่างเกิดขึ้นกับชีวิตในเร็ววันนี้ แล้วก็แอบคิดเรื่องนี้เป็นระยะๆ มันแว้บขึ้นมาตั้งแต่ตอนทำงาน พักกลางวัน เลิกงาน นั่งรถกลับบ้าน มัวแต่คิดถึงเรื่องนี้ตลอดเวลา ปั้นเรื่องปั้นราวเป็นตุเป็นตะ ทั้งๆ ที่เราก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร แล้วชะตาชีวิตจะมาไม้ไหน แต่ก็รู้สึกอย่างรุนแรงว่าเราต้องได้เจออะไรบางอย่างที่มันจะเป็นคำตอบให้เราได้ด้วยว่าทำไมเราต้องมาทำงานในที่ทำงานปัจจุบันนี้ เราเชื่ออย่างรุนแรงว่าชีวิตไม่ได้เป็นเรื่องบังเอิญ แต่มันมีเหตุผลอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ในนั้น ในช่วง 2 อาทิตย์แรกที่เราเข้ามาทำงานที่นี่ เราตั้งคำถามกับตัวเองตลอดเวลาว่าทำไมต้องมาทำงานที่นี่ด้วย แต่วันนี้เป็นวันแรกที่เรารู้สึกว่าคำตอบนั้นมันกำลังจะค่อยๆ เปิดเผยในไม่ช้าแล้ว เราใกล้จะรู้แล้วว่าทำไมเราถึงได้มาทำงานที่นี่ มันเหมือนกับช่วงเวลาตอนตี 3 ตี 4 ของวัน ที่มันมืดก็จริง แต่เราก็รู้สึกในใจตลอดเวลาว่าเดี๋ยวมันจะเช้าแล้ว รอแค่แสงตะวันแสงแรกส่องมาเท่านั้น เราก็จะมองเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้ชัดเจนแล้ว อีกนิดเดียว อีกนิดเดียวจริงๆ ไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร รู้แต่ว่าถ้าโลกนี้ยังไม่แตกไปเสียก่อน ยังไงเราก็ต้องได้เห็นแสงสว่างแสงนั้นแน่ๆ

Sunday, August 23, 2009

live and learn



สัปดาห์ที่ผ่านมาเหนื่อยโคตรๆ เหนื่อยทั้งจากการเดินทาง เหนื่อยเรื่องงาน และเหนื่อยใจ โดยเฉพาะเหนื่อยอันหลังนี่ เล่นเอาสับสนอลหม่านจิตใจไปยกใหญ่ ถึงขนาดตั้งคำถามกับตัวเองตั้งหลายครั้งว่าอยากทำงานนี้ต่อหรือเปล่า คือตัวงานที่ทำอยู่น่ะ มันไม่ได้เลวร้ายอะไรมากหรอก เรียกว่าเป็นงานที่เราทำได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ใช้เวลาเรียนรู้ไปอีกสักพักก็คงลงตัวมากขึ้น แต่ปัญหาคือทำแล้วรู้สึกตลอดเวลาว่ามัน "ไม่ใช่" เปรียบเทียบว่าเหมือนเวลาหิวน้ำมากๆ แล้วเราอยากกินน้ำแตงโมปั่นเย็นๆ สักแก้วนึง แต่ปรากฏว่าไม่มี มีแต่น้ำอัดลม ถามว่ากินน้ำอัดลมแทนไปก่อนได้ไหม ก็ตอบว่าได้ ถึงแม้เราจะไม่ชอบน้ำอัดลมเลยก็ตาม แต่เราก็กินได้ ปัญหาคือเราเกิดสงสัยขึ้นมาว่าเราจะทนกินน้ำอัดลมต่อไปได้อีกนานแค่ไหน เราก็เลยเกิดความมึนงงเล็กๆ ขึ้นมาเท่านั้นเอง

อย่างไรก็ดี ในสัปดาห์ที่ผ่านมานี้อีกเช่นกัน ที่อยู่ดีๆ เราก็ได้เรียนรู้อะไรบางอย่างอย่างไม่คาดฝัน ว่ายังมีเครื่องดื่มประเภทอื่นๆ ที่เราเกลียดยิ่งกว่าน้ำอัดลมอีก ซึ่งก็คือเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ทั้งหลาย ซึ่งจริงๆ แล้ว เราก็สามารถกินเหล้า กินเบียร์ กินไวน์ อะไรได้ แต่เครื่องดื่มพวกนี้เป็นสิ่งที่เราพยายามหลีกเลี่ยง และจะเป็น choice สุดท้ายจริงๆ ที่เราจะเลือก คือถ้ามันมีอยู่แค่ 2 แก้วคือ เหล้ากับน้ำอัดลม เราก็จะเลือกน้ำอัดลม เลยทำให้เรารู้สึกดีกับน้ำอัดลมขึ้นมา ว่าถึงแม้เราจะไม่ได้ชอบน้ำอัดลมเท่าไหร่นัก แต่เราก็สามารถกินน้ำอัดลมได้สนิทใจกว่ากินเหล้า และเมื่อลองมองไปรอบๆ ตัวแล้ว ก็พบว่ายังมีอีกหลายคนที่ไม่มีโอกาสที่ดีอย่างเรา บางคนเขาก็อยากจะกินน้ำอัดลมจะตาย แต่ก็ต้องทำใจกินน้ำประปารองท้องไปพลางๆ และเมื่อลองคิดให้ดีดูอีกที ก็พบว่าจริงๆ แล้วที่เราไม่ชอบน้ำอัดลมนั้น เป็นเพราะว่าเราไม่ชอบกรดคาร์บอนิกที่ทำให้น้ำอัดลมซ่าส์เท่านั้นเอง ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ชอบน้ำหวานๆ เสียเมื่อไหร่ เราเลยหาทางทำให้น้ำอัดลมหายซ่าส์ให้ได้มากที่สุดก่อนกิน แล้วก็พบว่ามันก็ไม่เลวร้ายอะไรมากนี่นา

เพราะความรู้ไม่ได้จบลงแค่ในห้องเรียน แต่ชีวิตมีเรื่องราวให้เราได้เรียนรู้ได้ทุกวัน แม้กระทั่งเรื่องที่เราคิดว่ารู้อยู่แล้ว ก็ยังมีมุมมองใหม่ๆ ให้เราได้เรียนรู้อยู่เสมอ ความสุขของเราอย่างหนึ่งในชีวิตช่วงนี้ ก็คือการกล้าที่จะลองผิดลองถูกกับชีวิต ใช้ชีวิตให้มันคุ้มค่า และได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ อย่างที่เราไม่คาดฝัน ซึ่งสิ่งเหล่านั้นทำให้เรารู้จักโลก ผู้คน และตัวตนของตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงขนาดที่ทำให้ surprise ตัวเราเองเลยก็มี มันทำให้เราค้นพบศักยภาพซ่อนเร้นบางอย่าง และทำให้เรารู้จักที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น แม้ในระหว่างทาง เราจะทำผิดพลาดอะไรไปบ้าง แต่ความผิดพลาดนั้นก็กลับทำให้เราแข็งแกร่งมากขึ้น อย่างที่ฝรั่งว่าไว้ว่า "The person who doesn't make mistakes is unlikely to make anything." เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เราจะสามารถกินน้ำอัดลมได้อย่างสะดวกใจมากขึ้นเรื่อยๆ นับแต่นี้ ด้วยวิธีที่เราคิดว่ามันดีที่สุด เหมาะสมที่สุด ที่ไม่ทำให้เราต้อง suffer ไปกับความซ่าส์ของน้ำอัดลมที่เราไม่ชอบ

Sunday, August 16, 2009

siam city bank



ถ้าพูดถึงธนาคารที่ไปใช้บริการบ่อยๆ ในช่วงที่ผ่านมา ก็คงมี UOB, กรุงศรีฯ, และไทยพาณิชย์ เนื่องจากอยู่ใกล้บ้าน เวลาจะไปติดต่อธุระอะไรก็ค่อนข้างสะดวก ก็เลยขี้เกียจไปใช้บริการธนาคารอื่นๆ ...แม้ในกรณีของไทยพาณิชย์นั้น เราจะยังไม่ได้เปิดบัญชีกับที่นี่ก็ตาม (ทั้งๆ ที่เล็งมานานแล้ว) แต่เราก็มักจะนึกถึงไทยพาณิชย์เป็นอันดับแรกๆ เวลาจะโอนเงินเพื่อสั่งของทางอินเทอร์เน็ทเพราะมันสะดวกดี ...คือเวลาจะกรอกใบโอนเงินหรือทำอะไรรู้สึกมันไม่ค่อยยุ่งยากเท่าไหร่ แป๊บเดียวก็เสร็จ แล้วไทยพาณิชย์สาขาที่ใช้บริการอยู่ก็บริการดีมากๆ เราเลยชอบไปโอนเงินที่ไทยพาณิชย์ ...ส่วนธนาคารอื่นๆ ก็มีไปใช้บริการบ้างเป็นครั้งคราว ส่วนใหญ่ก็ไปโอนเงินอีกเช่นกัน ก็แล้วแต่ว่าจะโอนเงินเรื่องอะไร กับธนาคารอะไร

แต่ก็มีอีกหลายธนาคารที่เราไม่เคยใช้บริการมาก่อนเลย ...นครหลวงไทยก็คือหนึ่งในนั้น คือเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่านครหลวงไทยมีสาขาที่ไหนบ้าง เนื่องจากเส้นทางที่เราใช้ในชีวิตประจำวันไม่ค่อยได้เจอกับนครหลวงไทยเท่าไหร่ ...แปลกดีเหมือนกัน ...แต่วันศุกร์ที่แล้วก็มีเหตุทำให้เราต้องไปใช้บริการที่นี่จนได้ ...เรื่องของเรื่องคือที่ทำงานของเราเขาจ่ายเงินเดือนผ่านบัญชีออมทรัพย์ของนครหลวงไทยเท่านั้น ก็เลยต้องไปเปิดบัญชีกับที่นี่ (อยากได้เงินก็ต้องยอมทำทุกอย่างน่ะนะ-ฮา) ...ก็เลิกงานตอน 5 โมงกว่าแล้ว ...ถามเพื่อนที่ทำงานว่าห้างแถวไหนมีนครหลวงไทยบ้าง จะรีบไปเปิดบัญชีวันนี้เลย ...เพื่อนบอกว่ามีที่เซ็นทรัลบางนา ซึ่งก็ไม่ถึงกับไกลจากที่ทำงานมากนัก (ออฟฟิตตอนนี้อยู่ที่สุขุมวิท 101) แต่เราขี้เกียจไปอ่ะ เพราะวันนั้นมีนัดกับเพื่อนในเมืองต่อด้วย เลยอยากได้สาขาใจกลางเมืองหน่อย เลยโทรไปถาม Bug1113 ได้ข้อมูลว่ามีสาขาย่อยที่เซ็นทรัลเวิร์ด ชั้น 3 ด้วย ...ไอ้เราก็นึกตั้งนานว่ามันอยู่ตรงไหน (วะ) ...คือไปเดินเซ็นทรัลเวิร์ดก็ออกจะบ่อย แต่ดันนึกไม่ออกว่านครหลวงไทยอยู่ตรงไหน

ก็นั่งรถไฟฟ้าไปเซ็นทรัลเวิร์ดทันทีเลย ...ไปถึงก็เดินหาบนชั้น 3 อยู่สักพัก ก็มาเจอนครหลวงไทยอยู่ใกล้ๆ กับอิเซตันนี่เอง ...แต่ตอนนั้นก็เกือบจะ 6 โมงครึ่งแล้ว ...ดูเวลาทำการที่เขียนไว้ด้านหน้าธนาคารบอกว่าปิดทุ่มนึงก็ใจชื้นขึ้นมาหน่อยว่าน่าจะเปิดบัญชีได้ทัน ...พอเข้ามาก็เจอกับผู้จัดการสาขาย่อยที่นั่นพอดี เขาก็ถามว่ามาทำอะไร เราก็บอกว่าจะมาเปิดบัญชีออมทรัพย์ เขาก็รีบบริการเราด้วยตัวเองเลย ให้เรากรอกข้อมูลนั่นข้อมูลนี่ แล้วก็เรียกลูกน้องอีกคนมาช่วยบริการให้เราด้วย เราก็แอบประทับใจ เพราะรู้สึกได้รับการบริการที่ดีและรวดเร็วมาก (คงเพราะตอนนั้นไม่มีลูกค้าคนอื่นด้วย) ผู้จัดการก็อุตส่าห์ช่วยลูกน้องคีย์ข้อมูลเราลงคอมพิวเตอร์อีก แต่พอดีที่อยู่ที่เรากรอกไปเป็นที่อยู่ที่ชลบุรีน่ะ ซึ่งผู้จัดการบอกว่าขอเป็นที่อยู่ในกรุงเทพฯ เท่านั้น เราก็บอกว่าเคยเปิดบัญชีกับธนาคารอื่นในกรุงเทพฯ แต่ก็ยังใช้ที่อยู่ต่างจังหวัดได้ แต่เขาก็ชี้แจงกลับมาอย่างสุภาพว่าเรื่องนี้เป็นกฎของแบงค์ชาติที่กำหนดมาอย่างนี้ ซึ่งเราก็เข้าใจ ก็เลยกรอกที่อยู่ใหม่ให้เขาไป ซึ่งเขาก็รีบบริการเราอย่างดีและก็ขอโทษเราด้วยที่ทำให้ต้องยุ่งยาก ซึ่งเราก็ค่อนข้างพอใจกับการบริการที่เป็นไปอย่างสุภาพ เป็นกันเอง และดำเนินการอย่างรวดเร็วของที่นี่ ...สรุปว่าวันนั้นก็ได้บัญชีออมทรัพย์ใหม่มาอีก 1 เล่ม, บัตรเอทีเอ็มอีก 1 ใบ พร้อมกับความประทับในครั้งแรกที่ได้ใช้บริการของที่นี่ และความรู้สึกว่าอยากกลับมาใช้บริการอีกครั้งในอนาคต ...จะเหลือก็แต่เงินในบัญชีที่ต้องรอตอนสิ้นเดือนนั่นแหละถึงจะได้ ...อยากให้เวลามันผ่านไปไวๆ ก็ตอนนี้แหละ

Wednesday, August 12, 2009

sunscreen with list : physical sunscreen

01. Solar Rx : Broad Spectrum Sunblock SPF 30+
Active Ingredients : Nano Zinc Oxide 18.5%


02. Sweetsation Therapy : Organic Sun*Brella Triple Action Moisturizer SPF 30+
Active Ingredient : Zinc Oxide 6.5%, Titanium Dioxide 2.5%


03. Marie Veronique Organics Creme de Jour Tinted, SPF 30
Active Ingredients : Non-micronized Zinc Oxide 20%


04. Solbar : Solbar Shield SPF 40
Active Ingredients : Zinc Oxide 7.5%, Titanium Dioxide 5.0%


05. Soleo Organics : All Natural Sunscreen SPF 30+
Active Ingredients : Zinc Oxide 22.3%


06. UV Natural : Adult SPF 30
Active Ingredients : Zinc Oxide 24.8%


07. Vanicream : Sunscreen Sensitive Skin SPF 30
Active Ingredients : Titanium Dioxide 5%, Zinc Oxide 5%


08. Vanicream : Sunscreen Sensitive Skin SPF 60
Active Ingredients : Titanium Dioxide 7.5%, Zinc Oxide 7.5%


09. MyChelle Sun Shield SPF28
Active Ingredients : Zinc Oxide 11.6%, Titanium Dioxide 0.67%


10. Bioelements : One Extraordinary Sunscreen SPF 20
Active Ingredients : Zinc Oxide 12.75%


11. Obagi : Nu-Derm Physical UV Block SPF 32
Active Ingredients : zinc oxide 18.5%


12. Mexitan : Sunscreen Lotion SPF 50
Active Ingredients : Titanium Dioxide 6%, Zinc Oxide 22.5%


13. Mexitan : Sunscreen Lotion SPF 30
Active Ingredient : Titanium Dioxide 6%, Zinc Oxide 6%


14. Elemental Herbs : Sunscreen Sport SPF 20
Active Ingredient : Zinc Oxide 25%


15. Mustela : Bebe High Protection Sun Lotion SPF 50
Active Ingredients: Titanium Dioxide 11.1%, Zinc Oxide 5%


16. Sun Science : Organic Daily Wear SPF30
Active Ingredients : Titanium Dioxide 3%, Zinc Oxide 2%


17. Blue Lizard : Immediate Broad Spectrum UVA/UVB Protection SPF 30+
Active Ingredients : Zinc Oxide 10%, Titanium Dioxide 5%


18. Blue Lizard : Sensitive SPF 30
Active Ingredients : Titanium Dioxide 5%, Zinc Oxide 10%


19. Badger : Broad Spectrum UVA/UVB Protection SPF 30
Active Ingredients: Zinc Oxide 20.5%


20. TruKid : Sunny Days Sunscreen Facestick SPF 30+
Active Ingredients : Micronized Titanium Dioxide 8%, Micronized Zinc Oxide 5%

Sunday, August 9, 2009

เบอร์นี้...ไม่มีคนของเธอ : แอน (Aug 8, 2009)



กรี๊ดกับโชว์ของน้องแอนวีคนี้จริงๆ ทั้งน้ำเสียง ลีลา ท่าทาง มันช่างคมกริบบาดใจดีเหลือเกิน ...น้องเค้าเป็นคนที่มี posture สวยสง่าดีมากเวลาร้องเพลง ทั้งการยืน การเดิน การเยื้องกราย และกรีดไม้กรีดมือ มันดูเริ่ดสะแมนแตนจริงๆ (คิดอยู่ตั้งนานว่าจะใช้คำว่าอะไรดี แต่นึกไม่ออก นอกจากเริ่ดสะแมนแตน-ฮา) ...แล้วการระบายสีหน้าก็ดูอินไปกับบทเพลงดีมาก ...ส่วนสายตาก็ทั้งคมโต ดุดัน และจิกใส่ชนิดเลือดสาดกันไปข้างหนึ่งเลย ...ชอบช่วงนาทีที่ 1:35 ที่มันจะมีแสงสีแดงสะท้อนมาที่ตัวน้องเค้า มันดูเหมือนรัศมีนางพญาที่เปล่งประกายออกมาพร้อมต่อกรฝ่ายตรงข้ามดี ...แล้วก็ชอบหลายๆ ตอน ที่มุมปากน้องเค้าจะดูยิ้มๆ ซึ่งมัน contrast กับสายตาดุๆ ...ขัดแย้งแต่สวยลงตัวยังไงไม่รู้



รู้ตัวว่าทำไม่ค่อยงามเท่าไร
แค่เพียงข้องใจอยู่ว่าใครโทรมา
ถามว่าใคร เรื่องอะไร เค้าก็เลี่ยงไป
ฉันมันก็ค้างคา อยากพูดให้ชัดเจน

เรื่องงานไม่คุยที่ทำงานหรือไง
ต้องโทรปรึกษากันวุ่นวายเช้าเย็น
ต้องหลบไป ต้องแอบไป
ยืนคุยตั้งไกล คบมาก็พึ่งเป็น
ฉันเลยอดไม่ไหว

ถ้าไม่คิด ก็แล้วไป เชิญคุยได้ทั้งวัน
เว้นเพียงแต่เธอคิดการใหญ่กว่านี้

โทษที่...บอกไว้เลยว่าเบอร์นี้ไม่มีคนของเธอ
อย่าให้ระคายว่าเธอกำลังไม่เกรงใจ
คนรักเขาอยู่ข้างๆ กัน ถ้าคิดทำอย่างนั้นมันก็กล้าไป
อย่าทำให้ฉันร้าย...จำไว้ "หากไม่มีใครตายอย่าโทร"

แค่กลัวเผื่อเธอไม่รู้ตัวเท่าไร
เผลอลืมว่าใครเป็นของใครขึ้นมา
เห็นหยอกกัน เห็นผูกพันธ์เกินกว่าเพื่อนกัน
ฉันทนมาหลายครา อยากพูดให้ชัดเจน

ถ้าไม่คิด ก็แล้วไป เชิญคุยได้ทั้งวัน
เว้นเพียงแต่เธอคิดการใหญ่กว่านี้

โทษที่...บอกไว้เลยว่าเบอร์นี้ไม่มีคนของเธอ
อย่าให้ระคายว่าเธอกำลังไม่เกรงใจ
คนรักเขาอยู่ข้างๆ กัน ถ้าคิดทำอย่างนั้นมันก็กล้าไป
อย่าทำให้ฉันร้าย...จำไว้ "หากไม่มีใครตายอย่าโทร"

โทษที่...บอกไว้เลยว่าเบอร์นี้ไม่มีคนของเธอ
อย่าให้ระคายว่าเธอกำลังไม่เกรงใจ
คนรักเขาอยู่ข้างๆ กัน เรียนสูงขนาดนั้นควรจะต้องอาย
อย่าทำให้ฉันร้าย...จำไว้ "หากไม่มีใครตายอย่าโทร"
จำไว้ "คนจะแย่งแฟนใครห้ามโทร"

Tuesday, August 4, 2009

i finally got a job!



เพิ่งไปสัมภาษณ์เมื่อวานนี้เอง สัมภาษณ์เสร็จเขาก็ตอบรับให้เข้าทำงานทันทีเลย แล้วจะให้เริ่มงานพรุ่งนี้แล้วด้วย ...ตอนนี้ก็ยังรู้สึกงงๆ อยู่เหมือนกัน ...คือช่วงเวลา 4 เดือนที่ผ่านมา เราส่งใบสมัครไปประมาณ 10 ที่ (ถือว่าน้อยมากนะ) แต่มีบริษัทเรียกเราไปสัมภาษณ์แค่ 2 ที่เอง (น้อยยิ่งกว่า) ...ที่นี่เป็นที่ที่ 3 ...จะบอกว่าตอนแรกเราก็โคตรอยากได้งานเลย ...หมายถึงที่ที่ไปสัมภาษณ์ 2 ที่แรกนะ ...คือช่วง 2-3 สัปดาห์แรกหลังจากไปสัมภาษณ์งาน 2 ที่แรกมา เราจะเปิดโทรศัพท์แสตนด์บายไว้ทุกวัน ...ไปดูหนังก็ยังเปิดโทรศัพท์ทิ้งไว้ (ปกติจะปิดตลอด) ...ขนาดเวลาเข้าห้องน้ำ ไม่ว่าจะอาบน้ำหรือทำอะไร เราก็เอาโทรศัพท์เข้าไปตลอด เพราะกลัวบริษัทโทรมาแล้วไม่ได้รับ ...ทุกครั้งที่มีโทรศัพท์เข้ามา หัวใจจะเต้นแรงและเร็วทุกที ...ยิ่งถ้าเห็นเป็นเบอร์แปลกๆ ด้วยนี่ หัวใจแทบวายไปเลย เหมือนเป็นคนบ้าเลยอ้ะ แต่มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ

แต่พอ 3 เดือนผ่านไป เราก็เริ่มรู้สึกเฉยๆ กับการได้งานแล้ว ตอนนั้นก็คิดอยู่เหมือนกันว่าจะทำงานที่บ้าน ...สบายดี ...ไม่ต้องเปลืองค่าใช้จ่ายอะไรมากด้วย ...แล้วเราก็ใช้ชีวิตในเดือนที่ 4 อย่างโอ้ลัลล้ามากๆ ...คือจะบอกว่าเราลืมเรื่องสมัครงานไปเลยจริงๆ จำไม่ได้แล้วด้วยซ้ำว่าส่งใบสมัครไปที่ไหนบ้าง ...แต่ชีวิตมันก็แปลกดังคำเขาว่า ...ยิ่งไขว่คว้า ยิ่งหาไม่เจอ ...แต่เมื่อปล่อยวาง มันจะเข้ามาหาเอง ...อยู่ดีๆ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาก็มีโทรศัพท์ประหลาดจากผู้หญิงคนหนึ่งโทรมาหา แถมยังพูดภาษาญี่ปุ่นใส่เราอีก ไอ้เราก็งง ...ใครวะ? ...แต่คุยไปคุยมาเลยรู้ว่าเป็นหนึ่งในบริษัทที่เราเคยส่งใบสมัครไปเมื่อนานมาแล้ว ...เขาบอกว่าสนใจอยากให้เราเข้าไปสัมภาษณ์วันจันทร์หน้า (ก็คือเมื่อวานนี้) ...เราก็ตอบตกลง

สิ่งที่นึกออกในตอนแรกคือ ...ไม่ได้ใช้ภาษาญี่ปุ่นมา 4 เดือนแล้วนี่หว่า ...เราว่าเราลืมภาษาญี่ปุ่นไปหมดแล้วล่ะ ...จะพูดได้ไหมวะ ...คิดแค่นี้จริงๆ ...ตอนแรกก็กะจะไม่ไปสัมภาษณ์แล้วด้วย ...วันเสาร์...เรายังออกไปเที่ยวข้างนอกอยู่เลย คือออกไปตั้งแต่เช้า กลับมาก็มืดแล้ว กลับมาก็มาดู AF ต่อ (ฮา) คือไม่ได้คิดถึงเรื่องเตรียมตัวสัมภาษณ์งานเลยจริงๆ ...ส่วนวันอาทิตย์ ตื่นมาก็เที่ยงแล้ว ก็ยังคิดอยู่ว่าพรุ่งนี้จะไปดีไหมเนี่ย ...แล้วนึกยังไงไม่รู้ ...ไปหยิบซีดีภาษาญี่ปุ่นที่เคยเรียนมาเปิดฟังเล่นๆ ...ฟังแล้วก็พูดตามไปเรื่อยๆ แบบไม่ได้คิดอะไรมาก ...แล้วอยู่ดีๆ เราก็กลับมาพูดภาษาญี่ปุ่นได้เองอัตโนมัติ ...งงมาก ...คือคิดว่าลืมไปแล้วแน่ๆ แต่สุดท้ายก็ยังกลับมาพูดใหม่ได้ (เฮ้อ...โล่งอก)

ก่อนนอน เราสวดมนต์แล้วอธิษฐานว่า ถ้างานที่จะไปสัมภาษณ์ครั้งนี้เป็นงานของเราจริงๆ ก็ขอให้ทุกอย่างราบรื่นอย่างง่ายดาย แล้วขอให้เขาตอบรับเราเลย ...แต่ถ้าไม่ใช่ ...ก็ขอให้เป็นตรงข้ามกันเลย ...คือตั้งใจอธิษฐานจริงๆ แล้วเราก็อธิษฐานอย่างนี้ทุกครั้งเวลาไปสมัครงาน ...เสร็จแล้วก็เข้านอนปกติ ไม่ได้คิดอะไรหลังจากนั้น ...พอวันรุ่งขึ้น ...ก็นั่งรถทัวร์จากชลบุรีไปกรุงเทพฯ แบบ 'ชิล' มากๆ ...คือเขานัด 11 โมงครึ่ง ...เราก็ออกตอน 9 โมงครึ่ง ...ตอนแรกนึกว่าจะไปถึงแบบเฉียดฉิวเลย (คือกะเวลาแบบพอดีเลย) แต่ปรากฏว่าไปถึงเร็วก่อนเวลาตั้งเยอะ เพราะบริษัทมันอยู่แถวสุขุมวิทปลายๆ นี่เอง แล้วสุขุมวิทมันก็สายตะวันออกอยู่แล้ว แล้วชลบุรีมันก็ใกล้แค่นี้เอง ...สรุปว่าใช้เวลาแค่ชั่วโมงเดียวก็ถึงปากซอยบริษัทแล้ว

แล้วสิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้น ...คือต้องบอกก่อนว่า ปกติแล้วทักษะการฟังเราห่วยแตกมากถึงมากที่สุด ...ตอนสอบระดับ 2 เราได้คะแนนส่วนอื่น 80% ขึ้นไปหมด ยกเว้นพาร์ทฟังเราได้ 60 กว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ...แต่พอไปสัมภาษณ์เมื่อวานนี้ ไม่รู้ทำไม เราฟังเขาออกประมาณ 95% ได้ ...คือบางคนอาจจะบอกว่าการฟังในห้องสอบ โดยเฉพาะกับระดับ 2 กับการฟังในชีวิตประจำวันมันต่างกัน ...อาจจะเทียบความยากง่ายกันไม่ได้ ...แต่เราจะบอกว่า สำหรับเราแล้ว บางทีการสนทนาง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน เรายังหลุดอาการ "เอ๋อ" เป็นประจำ ...ถามมาง่ายๆ เรายังตอบกลับไปได้แบบไม่รู้เรื่อง (ฮา) ...แต่ก็แปลกจริงๆ ที่สัมภาษณ์เมื่อวานนี้ เราฟังเขาออกหมดเลย ไม่รู้ทำไม ...ไม่ตื่นเต้น และไม่กลัวอะไรด้วย และก็รู้สึกว่าเราก็ตอบคำถามได้หมด ...ทุกอย่างมันดูลื่นไหลแบบไม่น่าเชื่อ ...ทั้งๆ ที่เราก็ไม่ได้ใช้ภาษาญี่ปุ่นมา 4 เดือนแล้ว ...สัมภาษณ์เสร็จ ก็อย่างที่บอก เขาให้เราไปทำงานพรุ่งนี้เลย ซึ่งเราก็ตอบตกลงไปทันที ...ก็ยังงงๆ อยู่เหมือนกัน ว่าบทมันจะง่ายมันก็ง่ายแบบไม่น่าเชื่อเลยแฮะ

บริษัทนี้เป็นโรงงานเต้าหู้ญี่ปุ่น (แต่รู้สึกว่าเขาจะมีสินค้าหลายอย่างเหมือนกัน) สินค้าของเขาอาจจะไม่ได้ดังมากๆ ในหมู่คนไทยทั่วไป แต่ก็มีลูกค้าประจำทั้งคนไทยและคนญี่ปุ่น รวมถึงร้านอาหารญี่ปุ่นหลายร้านด้วย ...เราก็ไปทำเป็น Japanese Co-ordinator ...แต่คิดว่ามันก็คงทำจิปาถะ ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบนั่นแหละ แต่ก็เอาเหอะ ...ลองดูก็แล้วกัน

your comments



Quote Mr.Kade

ไม่ได้แวะมา blog คุณป่าดำเสียนาน เพราะมั่วมาขายแรงงานอยู่เมืองนอกเกือบปี นึกว่าคุณป่าดำจะปิด blog ถาวรเสียอีก ดีใจกับการกลับมาอีกครั้งน่ะครับ คิดถึงโคดด (เวอร์ไปป่าวก็ไม่รู้ ;P)

ขอบคุณมากครับ

อ่านเอนทรี่ก่อนๆๆ รู้สึกว่าคุณป่าดำเพิ่งสอยครีมมาจาก Aus ไม่ใช่รึคราบ ตอนนี้เราว่าจะลองสอยครีมยี่ห้อ Aesop มาใช้ดูเหมือนกันเป็นของชาวจิ้งโจ้เหมือนกัน แถมราคาไม่แพงอีก ใช้ดีไม่ดีอย่างไรจะมาเราสู้กันฟังน่ะครับบ

ยังไม่เคยใช้ Aesop มาก่อนเหมือนกัน ...แต่ชอบ packaging ของเขามาก ...พอๆ กับ Perricone MD กับ Trilogy เลยครับ

ปล; 'มัยคุณป่าดำรู้เรื่องยาดีจัง แอบจบหมอมาป่าวเนี้ย?

ผมจบเศรษฐศาสตร์ และ สื่อสารมวลชน ครับ

Quote mangomoment

อ่านหน้านี้แล้ว นึกถึงบทความนึงของปราบดา หยุ่น ที่เขียนไว้ใน 'เขียนถึงญี่ปุ่น' เลย

ยังไม่ได้อ่าน 'เขียนถึงญี่ปุ่น' เลยครับ

เค้าบอกว่า การนั่งอาบน้ำแบบญี่ปุ่น จะทำให้เราสำรวจรวมถึงชำระล้างทำความสะอาดร่างกายแต่ละส่วนอย่างละเอียด เปรียบไปก็ไม่ต่างการทำสมาธิ สำรวจจิตใจตัวเอง ต่างจากการอาบฝักบัว ที่การยืนเป็นสิ่งเร่งทำให้คนอาบต้องรีบร้อน เหมือนกำลังจะวิ่งออกไปไหนตลอดเวลา

เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ

เพราะฉะนั้น ถ้ามีเวลา และเป็นไปได้ เราก็ควรจะนั่งอาบน้ำ + อาบนาน ๆ เนอะ :D

คุณ mangomoment ลองนั่งอาบน้ำหรือยังครับ